VAT: ร้านอาหารต้องจดทะเบียนเมื่อไร และแบบ ภ.พ.30 (PP30) รายเดือน
กิจการขนาดย่อมได้รับยกเว้น VAT ปัจจุบันเกณฑ์การจดทะเบียนคือรายรับต่อปี 1.8 ล้านบาท ซึ่งกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาและอาจเปลี่ยนแปลงได้ อัตรามาตรฐานตามประมวลรัษฎากรคือ 10% ปัจจุบันลดลงเหลือ 7% โดยพระราชกฤษฎีกา ทั้งสองอัตรากำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาและอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงให้ยึดตามประกาศล่าสุดของกรมสรรพากร
- ประกอบกิจการอยู่แล้วและเกินเกณฑ์: ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่เกินเกณฑ์ โดยใช้แบบ ภ.พ.01 (PP01) ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่
- กิจการที่ยังไม่ถึงเกณฑ์จะจดทะเบียนโดยสมัครใจตามมาตรา 81/3 ก็ได้ — คือกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีหรือกิจการขนาดย่อมที่ยังไม่ถึงเกณฑ์บังคับ 1.8 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาและอาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยใช้แบบ ภ.พ.01 (PP01) เช่นกัน — แต่เมื่อจดทะเบียนโดยสมัครใจแล้วจะเลิกเสีย VAT เองไม่ได้ เว้นแต่จะยื่นขอถอนทะเบียน VAT ตามที่กฎหมายกำหนดและได้รับอนุมัติจากอธิบดี
- เมื่อจดทะเบียนแล้ว ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 (PP30) ทุกเดือนไม่ว่าเดือนนั้นจะมียอดขายหรือไม่ พร้อมชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น โดยหลักให้แยกยื่นเป็นรายสถานประกอบการ การยื่นรวมต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญหากคุณมีร้านมากกว่าหนึ่งแห่ง
ใบกำกับภาษีและใบเสร็จที่ออกให้ลูกค้า
ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทำใบกำกับภาษีพร้อมสำเนาสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการทุกครั้ง โดยออกทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น และส่งมอบให้ผู้ซื้อ กรณีขายสินค้า ความรับผิดเกิดเมื่อส่งมอบสินค้า แต่หากมีการโอนกรรมสิทธิ์ ได้รับชำระราคา หรือออกใบกำกับภาษีก่อนส่งมอบ ก็เกิดขึ้น ณ เวลานั้นตามส่วน กรณีให้บริการ ความรับผิดเกิดเมื่อได้รับชำระค่าบริการ หากก่อนได้รับชำระได้มีการออกใบกำกับภาษีหรือได้ใช้บริการไปก่อนแล้ว ความรับผิดก็เกิดขึ้น ณ เวลานั้นตามส่วน กฎเรื่องจุดเวลาของสินค้ากับบริการไม่เหมือนกัน กิจการที่ทำทั้งสองอย่างจึงพลาดได้ง่ายเป็นพิเศษ คู่มือไม่ได้ระบุว่าการขายของร้านอาหารหรือบาร์นับเป็นสินค้าหรือบริการ จุดเวลาการเสียภาษีจึงเป็นเรื่องที่เรากำหนดร่วมกับคุณ
- สำหรับกิจการขายปลีกหรือให้บริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมาก กฎหมายเปิดช่องทางอำนวยความสะดวกไว้ 2 ทาง ทางแรกคือ กิจการขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อยตามที่อธิบดีกำหนด หากมูลค่าการขายหรือการให้บริการครั้งหนึ่งไม่เกินจำนวนเงินที่อธิบดีกำหนด (เพดานตามกฎหมายคือ 1,000 บาท) ไม่จำต้องออกใบกำกับภาษี แต่หากผู้ซื้อเรียกร้องก็ยังต้องออกให้ (มาตรา 86/8) ทั้งนี้ร้านของคุณเข้าข่ายหรือไม่ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี ไม่ใช่สันนิษฐานเอาเอง
- ทางที่สองคือใบกำกับภาษีอย่างย่อ กิจการที่อธิบดีกำหนดลักษณะให้เป็นกิจการค้าปลีก มีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้ ซึ่งไม่มีรายละเอียดผู้ซื้อ แต่ตัวแทนจะออกไม่ได้ — ข้อนี้ก็ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีเช่นกัน การใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อต้องยื่นขออนุมัติต่ออธิบดีก่อน และในกิจการค้าปลีก การแสดงราคาต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว (มาตรา 86/6) ทั้งสองทางนี้ไม่กระทบธุรกรรมทั่วไปที่ไม่เข้ากรณีที่อธิบดีกำหนดข้างต้น ซึ่งยังคงต้องออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่มีรายการครบตามมาตรา 86/4
- ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มยังต้องออกใบรับ (ใบเสร็จรับเงิน) ทันทีเมื่อรับเงินแต่ละครั้งเกินจำนวนที่อธิบดีกำหนด ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเรียกร้องหรือไม่ก็ตาม โดยอธิบดีเป็นผู้กำหนดจำนวนนั้น แต่กำหนดเกินครั้งละ 1,000 บาทไม่ได้ และหากได้ออกใบกำกับภาษีที่มีข้อความแสดงว่าได้รับเงินแล้ว จะถือเอาใบกำกับภาษีนั้นเป็นใบรับตามมาตรานี้ก็ได้
- ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลมักขอใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปอยู่แล้ว เพราะเกี่ยวโยงกับสิทธิหักภาษีซื้อของเขา ทั้งนี้รายการในใบกำกับภาษีให้ทำเป็นภาษาไทยและเป็นหน่วยเงินตราไทย กิจการที่จำเป็นต้องใช้ภาษาต่างประเทศหรือเงินตราต่างประเทศจะทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดี และสำหรับน้ำมันบางชนิด ยาสูบ หรือกรณีที่ได้รับอนุมัติให้ออกใบกำกับภาษีเป็นเงินตราต่างประเทศ อธิบดีมีอำนาจกำหนดรายการที่แตกต่างออกไปได้ (มาตรา 86/5) ส่วนใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือรูปแบบและรายละเอียดเฉพาะอื่นที่อธิบดีกำหนด ให้ถือตามประกาศของทางราชการเป็นเกณฑ์
ภาษีซื้อจากการจัดซื้อของร้าน และรายงานภาษีตามกฎหมาย
VAT ของไทยคำนวณแยกเป็นแต่ละเดือนภาษี: นำภาษีขายของเดือนนั้นหักด้วยภาษีซื้อของเดือนเดียวกัน แล้วชำระส่วนต่างพร้อมการยื่นแบบ ภ.พ.30 (PP30) ภาษีซื้อจะนำมาหักได้ต่อเมื่อมีใบกำกับภาษีที่ถูกต้องและมีรายการครบถ้วน และต้องไม่เข้า 6 กรณีต้องห้ามตามมาตรา 82/5 สามกรณีที่พบบ่อยที่สุดในการจัดซื้อของร้าน ได้แก่ รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการ รายจ่ายเพื่อการรับรอง เช่น การเลี้ยงรับรองลูกค้าหรือซัพพลายเออร์ของคุณเองและการมอบของขวัญ ซึ่งแม้จะได้รับใบกำกับภาษีที่ถูกต้องครบถ้วนทุกประการ ภาษีซื้อก็นำมาหักไม่ได้ทั้งสิ้น และใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออก นอกจากนี้ยังมีรายการที่อธิบดีประกาศกำหนดเพิ่มเติม จึงให้ยึดตามประกาศทางราชการเป็นสำคัญ
- ใบกำกับภาษีจากซัพพลายเออร์ที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT นำมาหักไม่ได้เลย จึงควรตรวจสอบสถานะการจดทะเบียนก่อนสั่งซื้อครั้งแรก
- หากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ส่วนที่เกินสามารถนำไปชำระ VAT ในเดือนต่อ ๆ ไปตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา หรือขอคืนพร้อมการยื่นแบบของเดือนนั้น หากเดือนนั้นไม่ได้ขอคืน ยังยื่นคำร้องขอคืนได้ภายใน 3 ปีนับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบของเดือนภาษีนั้น ซึ่งมักเป็นประเด็นของเดือนที่ตกแต่งร้าน
- ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทำรายงานภาษีขายและรายงานภาษีซื้อ แยกเป็นรายสถานประกอบการ โดยลงรายการภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ได้มาหรือจำหน่ายออกไปซึ่งสินค้าหรือบริการนั้น และผู้ที่ขายสินค้ายังต้องจัดทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบด้วย รายงาน ใบกำกับภาษี และสำเนา ต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันยื่นแบบหรือวันทำรายงาน หากเลิกกิจการต้องเก็บต่อไปอีก 2 ปี และอธิบดีอาจกำหนดให้เก็บนานขึ้นได้แต่ไม่เกิน 7 ปี
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากค่าเช่าและค่าบริการที่คุณจ่าย
เมื่อคุณในฐานะผู้จ่ายเงินจ่ายค่าเช่า ค่าบริการ ค่านายหน้า ดอกเบี้ย หรือค่าสิทธิ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินนั้นก่อน ออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้รับสองฉบับที่มีข้อความตรงกันทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี แล้วนำส่งพร้อมยื่นแบบเป็นรายเดือน ผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดา เช่น เจ้าของอาคารที่คุณเช่า ให้ใช้ ภ.ง.ด.3 (PND3) ผู้รับเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ใช้ ภ.ง.ด.53 (PND53) ส่วนภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเงินเดือนพนักงาน เราดูแลแยกไปพร้อมงานเงินเดือน โดยหนังสือรับรองสำหรับเงินเดือนออกภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดจากปีภาษี หรือภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ลูกจ้างออกจากงานระหว่างปี
- อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเงินได้แต่ละประเภทส่วนใหญ่กำหนดไว้ต่างหากโดยกฎกระทรวงหรือพระราชกฤษฎีกา มิได้เขียนไว้ในตัวบทมาตราโดยตรง จึงให้ยึดตามตารางอัตราภาษีทางการหรือพระราชกฤษฎีกา — เราตรวจสอบยืนยันอัตราที่ถูกต้องให้ในแต่ละรายการที่จ่าย
- ผู้จ่ายเงินที่ไม่หักและนำส่งภาษี หรือหักไว้ไม่ครบถ้วน ต้องรับผิดร่วมกับผู้มีเงินได้ในจำนวนภาษีที่มิได้หักและนำส่งหรือที่ขาดไป ด้วยเหตุนี้ค่าเช่า เงินจ่ายแพลตฟอร์มเดลิเวอรี และค่านายหน้า จึงต้องตรวจก่อนจ่ายออกจากบัญชี
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายใช้ ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53
พนักงาน: เวลาทำงาน ค่าจ้าง และประกันสังคม
งานทั่วไปทำได้วันหนึ่งไม่เกิน 8 ชั่วโมง และสัปดาห์หนึ่งรวมแล้วไม่เกิน 48 ชั่วโมง นายจ้างจะบังคับให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานไม่ได้ ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราว ๆ ไป เฉพาะกรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไปซึ่งหากหยุดจะเสียหายแก่งาน เป็นงานฉุกเฉิน หรือเป็นงานอื่นตามที่กฎกระทรวงกำหนดเท่านั้น นายจ้างจึงจะให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาได้เท่าที่จำเป็น ส่วนการทำงานล่วงเวลาในวันทำงานต้องจ่ายไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน ซึ่งเราคำนวณตามนั้นในสลิปเงินเดือน อัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวันของแต่ละจังหวัดเป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการค่าจ้าง ไม่ได้ระบุไว้ในตัวบทกฎหมาย และนายจ้างจะจ่ายต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำไม่ได้ ส่วนตัวเลขที่ใช้อยู่ของชลบุรี เราตรวจสอบยืนยันให้คุณ
- ลูกจ้างบางประเภทที่มีอำนาจหน้าที่ หรือได้รับมอบหมายจากนายจ้างให้ทำงานบางอย่าง ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาดังกล่าวตามกฎหมาย และการพิจารณาว่าเข้าข่ายหรือไม่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี สลิปของหัวหน้ากะจึงไม่ใช่สลิปของกุ๊กที่ปรับอัตราขึ้นเท่านั้น
- ตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม ลูกจ้างซึ่งมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์แต่ไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ ล้วนเป็นผู้ประกันตนโดยบังคับ และลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนอยู่แล้วเมื่อมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์และยังเป็นลูกจ้างของนายจ้างซึ่งอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเป็นผู้ประกันตนต่อไป — ดังนั้นนายจ้างต้องยื่นแบบรายการขึ้นทะเบียนนายจ้างและแบบรายการขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างคนนั้นเป็นผู้ประกันตน (มาตรา 34) และต้องหักและนำส่งเงินสมทบต่อไปแม้ลูกจ้างอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว โดยการขึ้นทะเบียนและการยื่นแบบรายเดือนเรายืนยันเป็นรายกรณีในการจ้างแต่ละครั้ง ส่วนผู้ที่ออกจากงานแล้วเป็นการประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 39 ซึ่งมีกลไกต่างกัน หน้าที่นี้ขึ้นอยู่กับว่ามีการจ้างงานจริงหรือไม่ ไม่เกี่ยวว่าจะเรียกว่าทดลองงาน ชั่วคราว หรือพาร์ทไทม์ ปัจจุบันนายจ้างและลูกจ้างออกเงินสมทบฝ่ายละ 5% ของค่าจ้าง โดยค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานคำนวณกำหนดไว้ในกฎกระทรวง จำนวนที่แน่นอนให้เป็นไปตามที่ทางการกำหนด และนำส่งทั้งสองส่วนพร้อมแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หักเงินสมทบ
- การแจ้งเข้า-ออกพนักงานและการปรับค่าจ้างเป็นรายการเปลี่ยนแปลงที่ต้องแจ้งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง กรณีผู้ประกันตนคนหนึ่งทำงานกับนายจ้างหลายรายในเวลาเดียวกัน นายจ้างทุกรายต้องปฏิบัติหน้าที่นำส่งเงินสมทบและยื่นแบบรายการแยกกันแต่ละราย ซึ่งเป็นกรณีของบาร์เทนเดอร์ที่ทำงานสองร้าน
- พนักงานต่างชาติ: เราทำเงินเดือน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และประกันสังคมให้พนักงานต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานอยู่แล้ว ส่วนการยื่นขอใบอนุญาตและวีซ่าไม่ใช่บริการของสำนักงานนี้
ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม (SSO) ให้พนักงานหรือไม่ และต้องจ่ายเท่าไร
วันลา วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดประจำสัปดาห์
ร้านที่เปิดทุกวันก็ยังต้องจัดวันหยุดให้ครบ และต้นทุนของวันลากับวันหยุดนั้นไปปรากฏในสลิปเงินเดือน ซึ่งเป็นส่วนที่เราคำนวณให้ นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน โดยวันหยุดประจำสัปดาห์สองครั้งต้องมีระยะห่างกันไม่เกิน 6 วัน ทั้งสองฝ่ายอาจตกลงกันล่วงหน้ากำหนดให้เป็นวันใดก็ได้ หากนายจ้างมิได้จัดวันหยุดให้ครบตามที่กฎหมายกำหนด ให้ถือเสมือนว่านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด โดยต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามอัตราเดียวกัน
- นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเท่ากับวันทำงานสำหรับวันหยุดประจำสัปดาห์ (ยกเว้นลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างรายวัน รายชั่วโมง หรือตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย) วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปี ส่วนจำนวนวันหยุดตามประเพณีในแต่ละปีและการประกาศกำหนดนั้นเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน โดยให้ยึดตามประกาศของทางราชการเป็นหลัก เราจึงตรวจสอบรายการของปีนั้นให้คุณ แทนที่จะระบุตัวเลขไว้ในหน้านี้
- การทำงานในวันหยุด ลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด เช่น ลูกจ้างรายเดือน ให้ได้รับเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างอีกไม่น้อยกว่า 1 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน (ลูกจ้างตามผลงานคิดตามหน่วยผลงาน) ส่วนลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด ให้ได้รับไม่น้อยกว่า 2 เท่า และหากเป็นการทำงานล่วงเวลาในวันหยุดเกินเวลาทำงานปกติ ต้องจ่ายไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงหรือต่อหน่วยผลงานในวันทำงาน
- ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน โดยนายจ้างกำหนดให้ล่วงหน้าหรือกำหนดตามที่ตกลงกัน ลูกจ้างที่ทำงานยังไม่ครบ 1 ปี นายจ้างอาจกำหนดให้โดยคำนวณตามส่วนของระยะเวลาทำงาน และอาจตกลงกันล่วงหน้าให้สะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้ไปปีต่อ ๆ ไปได้ วันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมที่ยังไม่ได้ใช้นั้น ไม่ว่าลูกจ้างลาออกเองหรือถูกเลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้ทั้งสิ้น
- ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง กฎหมายไม่ได้กำหนดเพดานจำนวนวันลาป่วยไว้ นายจ้างจ่ายค่าจ้างวันลาป่วยเท่ากับอัตราค่าจ้างในวันทำงาน แต่ปีหนึ่งรวมกันไม่เกิน 30 วันทำงาน และหากลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจให้แสดงใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาลของทางราชการ ส่วนวันที่ทำงานไม่ได้เนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน รวมทั้งวันลาเพื่อคลอดบุตร ไม่ถือเป็นวันลาป่วย จึงไม่กระทบสิทธิ 30 วันนั้น และลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน โดยได้รับค่าจ้างเท่ากับวันทำงาน แต่ส่วนที่ได้รับค่าจ้างปีหนึ่งไม่เกิน 3 วันทำงาน
ไม่ใช่แค่รายเดือน: ภ.ง.ด.51 ภ.ง.ด.50 การตรวจสอบบัญชี และการยื่น DBD
การยื่นแบบ ภ.พ.30 (PP30) ทุกเดือนไม่ได้ทำให้หน้าที่ของทั้งปีเสร็จสิ้น บริษัทจำกัดต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ และต้องยื่นแบบปีละสองครั้งในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี ได้แก่ แบบครึ่งปี ภ.ง.ด.51 (PND51) และแบบประจำปี ภ.ง.ด.50 (PND50) ภาษีเงินได้นิติบุคคลมิได้จัดเก็บจากยอดรายรับ แต่จัดเก็บจากกำไรสุทธิ คือรายได้จากกิจการในรอบระยะเวลาบัญชี หักด้วยรายจ่ายที่กฎหมายอนุญาตให้หักได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี
รอบระยะเวลาบัญชีโดยหลักกำหนดไว้ 12 เดือน เว้นแต่บริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่ หรือได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้เปลี่ยนวันปิดบัญชี จึงอาจน้อยกว่า 12 เดือนได้ และรอบนี้เองเป็นจุดเริ่มนับของกำหนดเวลาทั้งสองข้อข้างล่าง ส่วนอัตราภาษีมาตรฐานและอัตราพิเศษแบบขั้นบันไดสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนั้น กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาและอาจปรับเปลี่ยนตามนโยบาย เราจึงทำงานตามอัตราที่ใช้บังคับในรอบบัญชีของคุณ แทนที่จะระบุตัวเลขไว้ที่นี่
- ภ.ง.ด.51 (PND51): ภายในสองเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี ให้ยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี โดยบริษัททั่วไปคำนวณภาษีจากกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี
- ภ.ง.ด.50 (PND50): ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ให้ยื่นแบบแสดงรายการที่จำเป็นต่อการคำนวณภาษีและชำระภาษี โดยภาษีที่ชำระไว้ในแบบครึ่งปีตามปกติสามารถนำมาเครดิตหักในการยื่นแบบประจำปีได้
- การตรวจสอบบัญชีและ DBD: บริษัทจำกัดไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ งบการเงินต้องได้รับการตรวจสอบทุกราย โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและแสดงความเห็น แล้วงบดุลประจำปีที่ผ่านการตรวจสอบแล้วต้องเสนอให้ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นอนุมัติภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1197) ร้านที่ปิดบัญชีวันที่ 31 ธันวาคมส่วนใหญ่จึงประชุมก่อนสิ้นเดือนเมษายนของปีถัดไป จากนั้นภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่อนุมัติ กรรมการต้องส่งสำเนาให้นายทะเบียน (มาตรา 1199 และพระราชบัญญัติการบัญชี มาตรา 11) คือสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่ ซึ่งก็คือนายทะเบียน DBD ซึ่งในตัวอย่างนี้คือก่อนสิ้นเดือนพฤษภาคม ทั้งกำหนด 4 เดือนและ 1 เดือนนับจากวันปิดบัญชีและวันอนุมัติของบริษัทเอง ไม่ใช่วันตามปฏิทินที่กำหนดไว้ตายตัว และหากมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถยื่นได้ทันกำหนด อธิบดีอาจพิจารณาสั่งขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลายื่นออกไปตามความจำเป็น
- เอกสารบัญชี: กิจการต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดบัญชีทุกรอบสิบสองเดือนหลังจากนั้น บัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีต้องเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่ทำการ ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี และเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบบัญชี ทางการโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีอาจกำหนดให้เก็บรักษาเกินห้าปีแต่ไม่เกินเจ็ดปีได้
บริษัทไทยต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลอะไรบ้างในแต่ละปี
ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้าน และอากรแสตมป์ของสัญญาเช่า
สำหรับร้านหรือตึกแถวที่เป็นของตัวเอง ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นรายการของเจ้าของเองในแต่ละปี ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ณ วันที่ 1 มกราคมของปีนั้น ไม่ว่าในระหว่างปีจะมีการโอนเปลี่ยนมือหรือไม่ ภาษีของปีนั้นตกเป็นภาระของผู้ทรงสิทธิ ณ วันที่ 1 มกราคม หากผู้เสียภาษีเป็นนิติบุคคล ให้ผู้แทนของนิติบุคคลเป็นผู้รับผิดชอบชำระภาษี และในกรณีที่ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินนั้นเป็นของต่างเจ้าของกัน ให้เจ้าของแต่ละรายเป็นผู้เสียภาษีสำหรับส่วนที่ตนเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นกรณีปกติของตึกแถวที่ปลูกอยู่บนที่ดินของผู้อื่น
สัญญาเช่าร้านยังมีอากรของตัวเองอีกชั้นหนึ่ง และการปิดแสตมป์ไม่ครบมีผลสองทาง คือใช้ตราสารเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรให้ครบและขีดฆ่า และยังต้องเสียอากรพร้อมเงินเพิ่มอากร 2 เท่า 5 เท่า หรือสูงสุด 6 เท่าของอากร แล้วแต่ว่าล่าช้าเพียงใดและถูกตรวจพบอย่างไร
- ภาษีนี้ไม่ต้องยื่นคำนวณเอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะประเมินและส่งหนังสือแจ้งการประเมินให้ในแต่ละปี แล้วผู้เสียภาษีจึงชำระตามที่แจ้ง โดยจะส่งหนังสือแจ้งการประเมินและแบบประเมินภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งอย่างน้อยต้องระบุรายการที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ราคาประเมินทุนทรัพย์ อัตราภาษี และจำนวนภาษีที่ต้องชำระ จากนั้นต้องชำระภาษีตามแบบแจ้งการประเมินภายในเดือนเมษายนของทุกปี ผู้ที่เข้าเงื่อนไขสามารถขอผ่อนชำระได้ (จำนวนงวดและจำนวนขั้นต่ำเป็นไปตามกฎกระทรวง) ส่วนที่เราทำคือตรวจการจัดประเภทการใช้ประโยชน์และตัวเลขในหนังสือแจ้งก่อนที่คุณจะชำระ
- เปอร์เซ็นต์ในกฎหมายล้วนเป็นเพดาน ไม่ใช่อัตราที่ต้องเสียจริง: ใช้เป็นที่อยู่อาศัยไม่เกินร้อยละ 0.3 ของฐานภาษี และใช้ประโยชน์อื่นซึ่งคู่มือระบุว่ารวมเชิงพาณิชย์ ไม่เกินร้อยละ 1.2 อัตราและการแบ่งประเภทที่ต้องเสียจริงเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาของปีนั้น ๆ และข้อบัญญัติท้องถิ่น ซึ่งโดยทั่วไปต่ำกว่าเพดาน และต้องคำนวณเป็นรายกรณี
- ชำระล่าช้า: เบี้ยปรับสูงสุดร้อยละ 40 ของจำนวนภาษีค้างชำระ และลดเหลือร้อยละ 10 หรือร้อยละ 20 ในกรณีที่คู่มือกำหนดไว้ ส่วนเงินเพิ่มคิดแยกในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนของภาษีค้างชำระ โดยไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสีย
- อากรแสตมป์ของสัญญาเช่า: การเช่าที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ คิดจากค่าเช่ารวมตลอดอายุการเช่า ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท เศษของ 1,000 คิดเป็น 1,000 ปิดแสตมป์ 1 บาท ผู้ให้เช่าเป็นผู้เสียอากร ผู้เช่าเป็นผู้ปิดแสตมป์และขีดฆ่าแสตมป์ และหากสัญญามิได้กำหนดอายุการเช่า ให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี
- การปิดแสตมป์จะบริบูรณ์ก็ต่อเมื่อเสียอากรก่อนหรือในทันทีที่ทำตราสาร เป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย และได้ขีดฆ่าแสตมป์นั้นแล้ว กรณีตราสารที่ทำขึ้นในประเทศไทย หากนำไปยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 15 วันนับแต่วันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะเสียเพียงอากร ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอากร เกินจากนั้นหากล่าช้าไม่เกิน 90 วัน เสียเงินเพิ่ม 2 เท่าของอากร หากเกิน 90 วัน เสีย 5 เท่า ส่วนกรณีที่ตรวจสอบหรือมีผู้แจ้งความพบว่ามิได้ปิดแสตมป์เลย ให้เรียกเก็บอากรจนครบและเงินเพิ่มสูงสุดอีก 6 เท่า
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับเจ้าของทรัพย์สิน · อากรแสตมป์สำหรับสัญญาเช่า
เราทำงานกับร้านอาหารและบาร์อย่างไร
คุณส่งเดือนนั้นมาให้เรา: สรุปยอดขายและรายงานจากเครื่องเก็บเงิน ใบแจ้งหนี้จากซัพพลายเออร์ รายงานจากแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ค่าเช่าและค่าสาธารณูปโภค รายการเดินบัญชีธนาคาร และรายชื่อพนักงานพร้อมคนเข้า-ออกและการปรับค่าจ้าง ส่งทางอีเมล ถ่ายภาพ หรืออัปโหลดผ่านพอร์ทัลลูกค้าก็ได้ — PandaAI Co., Ltd อ่านเอกสารเข้าสู่บัญชี และรายการธนาคารใช้การนำเข้าและจับคู่ ไม่ใช่การพิมพ์ด้วยมือ
- ทุกอย่างอยู่ใน SLF Management System: ข้อมูลลูกค้า เอกสารที่คุณอัปโหลด งานพร้อมการเตือนกำหนดเวลา ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้และใบเสร็จของเรา และศูนย์ยื่นแบบ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และแบบ ภ.ง.ด. พร้อมเงินเดือนและประกันสังคม (SSO) ในที่เดียวกัน
- รายงานบริหารที่เราส่งให้ คุณเลือกได้ว่าจะเป็นภาษาไทย อังกฤษ หรือจีน ออกจากสำนักงานบนถนนเทพประสิทธิ์ที่คุณแวะมาได้ จันทร์–ศุกร์ 9:00–17:00 น. (GMT+7) ส่วนใบกำกับภาษีตามกฎหมายนั้นจัดทำเป็นภาษาไทยและหน่วยเงินตราไทยตามที่กฎหมายกำหนด
- งานของเราคือบัญชี ภาษี เงินเดือน ประกันสังคม จดทะเบียนบริษัท และการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน เราไม่ให้ความเห็นทางกฎหมาย และใบอนุญาตทำงาน วีซ่า และใบอนุญาตต่าง ๆ ไม่ใช่บริการของสำนักงานนี้
คำถามที่พบบ่อย
ภาษีซื้อของวัตถุดิบในครัวหักได้ทั้งหมดไหม
หักได้เฉพาะเมื่อมีใบกำกับภาษีที่ถูกต้องและมีรายการครบถ้วน และไม่เข้า 6 กรณีต้องห้าม สามกรณีที่เกี่ยวกับครัวโดยตรง ได้แก่ รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการ รายจ่ายเพื่อการรับรอง เช่น การเลี้ยงรับรองลูกค้าหรือซัพพลายเออร์ของคุณเองและการมอบของขวัญ ซึ่งแม้มีใบกำกับภาษีที่ถูกต้องครบถ้วนทุกประการก็หักไม่ได้ทั้งสิ้น และใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออก ซึ่งรวมถึงซัพพลายเออร์ที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT นอกจากนี้ยังมีรายการที่อธิบดีประกาศกำหนดเพิ่มเติม จึงให้ยึดตามประกาศทางราชการเป็นสำคัญ
บาร์ของเราเปิดเจ็ดวันต่อสัปดาห์ ครัวทำงานข้ามวันหยุดประจำสัปดาห์ได้ไหม
ลูกจ้างแต่ละคนต้องมีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน และวันหยุดสองครั้งต้องห่างกันไม่เกิน 6 วัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงกันล่วงหน้าได้ว่าจะเป็นวันใด หากนายจ้างมิได้จัดวันหยุดดังกล่าวให้ครบ ให้ถือเสมือนว่าให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด และต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามอัตราเดียวกัน คู่มือยอมให้สะสมและเลื่อนวันหยุดประจำสัปดาห์โดยตกลงกันล่วงหน้าได้สำหรับงานบางประเภท ซึ่งระบุไว้ว่างานโรงแรม งานขนส่ง งานในป่า และงานในที่ทุรกันดาร โดยต้องหยุดภายใน 4 สัปดาห์ติดต่อกัน แต่ไม่ได้ระบุว่างานร้านอาหารและเครื่องดื่มเข้าข่าย เราจึงไม่สันนิษฐานว่าร้านของคุณอยู่ในกลุ่มนั้น
เรายื่น ภ.พ.30 (PP30) ทุกเดือนแล้ว สิ้นปียังมีอะไรต้องทำอีกไหม
มี บริษัทจำกัดต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ และยื่นแบบปีละสองครั้งในแต่ละรอบบัญชี คือ ภ.ง.ด.51 (PND51) ภายในสองเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของรอบบัญชี โดยคำนวณจากกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี และ ภ.ง.ด.50 (PND50) ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบบัญชี ซึ่งภาษีที่ชำระไว้ในแบบครึ่งปีตามปกตินำมาเครดิตได้ นอกจากนี้ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ งบการเงินต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ต้องเสนอให้ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นอนุมัติภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี (มาตรา 1197) และยื่นต่อนายทะเบียน (ในทางปฏิบัติคือ DBD) ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ได้รับอนุมัตินั้น (มาตรา 1199) ส่วนบัญชีและเอกสารประกอบต้องเก็บไว้ ณ สถานที่ทำการไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี
เรากำลังจะเซ็นสัญญาเช่าตึกแถว ใครเสียอากรแสตมป์ และใครปิดแสตมป์
การเช่าที่ดินหรืออาคาร อากรคิดจากค่าเช่ารวมตลอดอายุการเช่า ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท เศษของ 1,000 คิดเป็น 1,000 ปิดแสตมป์ 1 บาท ผู้ให้เช่าเป็นผู้เสียอากร ผู้เช่าเป็นผู้ปิดแสตมป์และขีดฆ่า และหากสัญญามิได้กำหนดอายุการเช่าให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี การปิดแสตมป์จะบริบูรณ์ก็ต่อเมื่อเสียอากรก่อนหรือในทันทีที่ทำสัญญา เป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย และได้ขีดฆ่าแสตมป์แล้ว ก่อนถึงจุดนั้น ตราสารจะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ทั้งนี้กรณีตราสารที่ทำขึ้นในประเทศไทย หากนำไปยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 15 วันนับแต่วันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะเสียเพียงอากร ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอากร
ข้อมูลทั่วไปจากคู่มือของ SLF Accounting ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับกรณีของคุณโดยเฉพาะ อัตรา เกณฑ์ และกำหนดเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามเราก่อนดำเนินการ